5 ประเด็นน่ารู้ก่อน “สิงโตคำราม” อังกฤษ จะเปิดศึกดวลแข้งกับ “กังหันสีส้ม” ฮอลแลนด์

    1.อีกหนึ่งก้าวของอังกฤษ ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว อังกฤษ กำลังเตรียมตัวลุยฟุตบอลโลก 2018 ด้วยความหวังอันน้อยนิด แต่สุดท้ายสิงโตคำรามก็สามารถทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศได้แบบคาดไม่ถึง ซึ่งทัวร์นาเม้นต์นี้ก็ได้ทำให้ศรัทธาของแฟนบอลผู้ดีกับทีมชาติกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  ขยับมาในปีนี้พวกเขายังรักษาฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าทัวร์นาเม้นต์นี้อาจจะไม่ใช่ฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโร แค่ชนะอีกสองนัดก็เพียงพอที่จะทำให้คว้าแชมป์รายการนี้ได้แล้ว แต่ถ้าสิงโตคำรามได้ชูถ้วยยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก จริงๆก็ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกนับตั้งแต่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1966 เลยทีเดียว และจะเป็นการต่อยอดความสำเร็จของนายใหญ่สิงโตคำราม แกเร็ธ เซาธ์เกต อีกด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทีมกังหันสีส้ม

    2.เช็คความฟิตแข้งนัดชิง ชปล. เพิ่งผ่านมาเพียงแค่ 5 วันเท่านั้นสำหรับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง หงส์แดง กับ ไก่เดือยทอง แน่นอนว่ามีทั้งแข้งฮอลแลนด์และแข้งอังกฤษคนสำคัญอยู่ในสองทีมนี้ ฝั่งอัศวินสีส้มนั้น เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และจอร์จินโญ่ ไวจ์นาดุม เพิ่งจะมารายงานตัวกับแคมป์ทีมชาติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาหลังจากฉลองแชมป์ไปแบบสุดเหวี่ยง แต่ โรนัลด์ คูมัน ก็ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมแล้วว่า “ทั้งสองต้องเช็คฟิต แล้วจะมีการตัดสินใจอีกรอบ แต่เมื่อคุณชนะ คุณจะไม่เหนื่อยหรอก เชื่อสิผมมีประสบการณ์มาก่อน” ขณะที่สิงโตคำรามมีผู้เล่นถึง 7 คนที่สู้ศึกมาในนัดชิงชนะเลิศ ได้แก่ แดนนี่ โรส, เอริค ดายเออร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมส, เดเล่ อัลลี่ และกัปตันสิงโตคำรามอย่าง แฮร์รี่ เคน มารอดูกันว่าพวกเขาจะผ่านความฟิตลงสนามได้หรือไม่ โดยเฉพาะรายหลังสุดที่บาดเจ็บมานาน 2 เดือนและได้ลงนัดชิงชนะเลิศแบบไม่ฟิตเท่าไหร่นัก

    3.คูมันกำลังคึก นายใหญ่ฮอลแลนด์เข้ามาคุมทัพนับตั้งแต่ กุมภาพันธ์ เมื่อปีที่แล้ว แน่นอนว่าหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงฝีมือของเขา หลังจากเพิ่งทำผลงานยำแย่กับ เอฟเวอร์ตัน จนโดนปลดออกจากตำแหน่ง แต่หลังจากผ่านมา 18 เดือน เชื่อว่าข้อครหาเหล่านั้นเริ่มจางหายไปแล้ว เมื่อเขาใช้ผลงานในสนามเป็นเครื่องพิสูจน์ แม้อาจจะไม่ใช่ทัวร์นาเม้นต์ใหญ่แต่การผ่านทีมอย่าง แชมป์ฟุตบอลโลก ฝรั่งเศส และเยอรมัน เข้ามาสู่รอบชิงชนะเลิศ เนชั่นส์ ลีก ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดา เขาจัดการผลัดใบอัศวินสีส้ม จากผู้เล่นตัวเก๋าอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และเวสลีย์ สไนเดอร์ กลายมาเป็นทีมดาวรุ่งอย่าง มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, แฟรงกี้ เดอ ยอง, ดอนนี่ ฟาน เดอ บีค หากเขานำทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของ ฮอลแลนด์ ก่อนจะลุยศึกยูโร 2022

   4.กัปตันราฮีม? ก่อนแมตช์คืนนี้เอเยนต์ของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ออกมาเผยว่า สเตอร์ลิ่ง จะทำหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษในคืนนี้ หาก แฮร์รี่ เคน และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน สองคนที่ลงในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่สามารถฟิตลงสนาม อย่างไรก็ตามแนวรุกวัย 24 ปีของ แมนฯซิตี้ ก็ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวโดยบอกว่าเขาไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย และเขาอารมณ์เสียเป็นอย่างมากกับการที่เอเยนต์ปล่อยข่าวนี้ ขณะที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็ได้ปฏิเสธให้ความเห็นที่จะให้ความเห็นเรื่องนี้เนื่องจากเรื่องดังกล่าวถ้าบอกไปอาจเป็นเหมือนเผยแผนการเล่นแก่คู่แข่ง เขาะตัดสินใจอีกทีหาก เคน ไม่สามารถลงสนามได้

   5.เซาธ์เกตย้ำแค้น? สำหรับสถิติการเจอกันนั้น หลังจากทั้งสองทีมห้ำหั่นกันใน ฟุตบอลยูโร 1996 (อังกฤษชนะ 4-1) ผ่านมาทั้งหมด 8 นัด สิงโตคำราม ชนะได้แค่นัดเดียวเท่านั้น (แพ้ 3 เสมอ 4) แต่ครั้งเดียวที่ชนะเกิดขึ้นในนัดล่าสุดเมื่อปีที่แล้วซึ่ง แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็คุมทัพอังกฤษวันนั้นด้วย และคืนนี้หากเขาพาทีมเอาชนะฮอลแลนด์ได้อีกครั้งก็จะทำสถิติเป็นผู้จัดการทีมอังกฤษคนแรกที่ชนะทีมอัศวินสีส้มได้มากกว่าหนึ่งครั้งในทุกรายการ